วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไม้ดอก : นนทรี


นนทรี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peltophorum pterocarpum  (DC.) Backer ex K. Heyne

วงศ์ :  LEGUMINOSAE- CAESALPINIOIDEAE

ชื่อสามัญ :  Copper pod  , Yellow flame

ชื่ออื่น :  กระถินป่า  กระถินแดง (ตราด)  สารเงิน (แม่ฮ่องสอน)

ชื่อพื้นเมือง : นนทรีบ้าน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์นนทรี

นนทรี เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นค่อนข้างตรง สูง 8-15 เมตร ชอบขึ้นตามป่าชายหาด เปลือกมีสีเทาค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ทั่วไป เรือนยอดเป็นรูปร่ม หรือทรงกลมกลายๆ ตามกิ่งและก้านอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลแดงทั่วไป กิ่งแก่มีลักษณะเกลี้ยง

ใบ เป็นช่อเรียงสลับเวียนกันถี่ๆ ตามปลายกิ่งดูเป็นกลุ่ม ช่อหนึ่ง ยาว 20-27 ซม. ประกอบด้วยแขนงใบย่อยที่ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ  9-13 คู่ แขนงย่อยคู่ต้นๆ จะสั้นกว่าคู่ที่ถัดไป แต่คู่ที่อยู่ที่ปลายช่อก็จะสั้นเช่นกัน ใบย่อยเล็กรูปร่างคล้ายเมล็ดข้าวสารแบนๆ กว้างประมาณ 5 มม. ยาว 10-15 มม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบทู่ๆ หลังใบสีเขียวเข้มกว่าท้องใบ โคนก้านใบ ก้านแขนงย่อย และก้านช่อบวม หูใบเป็นเส้นเรียว

ดอก สีเหลืองออกเป็นช่อตั้งตรง ขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านแขนงมาก อยู่ตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบตอนปลายๆ กิ่ง ยาว 20-30 ซม. กลีบดอกป้อมบางและยับย่น  โคนกลีบมีขนสีน้ำตาลประปราย เกสรผู้มี 10 อัน ผล เป็นฝักแบนๆ รูปรี ปลายและโคนสอบแหลม กว้างประมาณ 2 ซม. ยาว 5-12 ซม. สีน้ำตาลอมม่วง เมื่อแก่จัดจนแห้งเป็นเป็นสีน้ำตาลดำ แต่ละฝักมี 1-4 เมล็ด เมล็ดแข็งแรงรูปร่างและขนาดเท่าใบย่อย เรียงตามยาวของฝัก ผลแก่ในเดือนพฤศจิกายน  ออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม



ขยายพันธุ์ : โดยการ ใช้เมล็ด

ประโยชน์ :  เนื้อไม้ สีชมพูอ่อน ถึงน้ำตาลแกมชมพู เป็นมันเลื่อม เสี้ยนตรงหรือเป็นคลื่นบ้าง เนื้อหยาบปานกลาง เลื่อยผ่าไสกบตบแต่งง่าย ใช้ทำกระดานปูพื้น เพดาน ฝา เครื่องเรือน และหีบใส่ของ เปลือก มีรสฝาด รับประทานเป็นยาขับโลหิต กล่อมเสมหะและโลหิต กับใช้เป็นยาขับลม ผายลม แก้ท้องร่วง มีผู้ปลูกเป็นไม้ประดับกันมากเพราะพุ่มใบและดอกสวยงาม



ที่มาข้อมูล และภาพประกอบ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5