วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ไม้ดอก : มะลิลา

มะลิ..หอมกรุ่นตรึงใจ


ชนิดพันธุ์มะลิที่พบในประเทศไทย

ทั่วโลกนั้นมีสายพันธุ์มะลิอยู่ทั้งหมดประมาณ 200 ชนิด แต่ที่พบในประเทศไทยมีอยู่ ประมาณ 45 ชนิด และในจำนวนนี้เป็นไม้พื้นเมืองของไทยประมาณ 15 ชนิด มะลิที่ พบเห็นกันมากได้แก่ มะลิลา มะลิลาซ้อน มะลิซ้อน มะลิถอด มะลิพิกุลหรือมะลิ ฉัตร มะลิทะเล มะลิพวง มะลิเลื้อย มะลิวัลย์ พุทธชาด ปันหยี เครือไส้ ไก่ อ้อยแสนสวย และมะลิเขี้ยวงู นอกจากนี้ยังมีมะลิชนิดอื่นอีก เช่น มะลิ ไส้ไก่ มะลิฝรั่ง มะลิย่าน มะลิเถื่อน เป็นต้น สำหรับมะลิที่นิยมปลูกเป็น การค้าในปัจจุบันคือ มะลิลา


ต้นมะลิลา

มะลิลา มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Jasminum sambac  มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย เป็นไม้กลางแจ้งชอบแสงแดดจัด เจริญเติบโตดีในที่ดินร่วนซุย ต้นมีลักษณะเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1.50 เมตร แต่จัดเป็นไม้รอเลื้อย เพราะมีกิ่งกึ่งอ่อนและกิ่งกึ่งแก่ ที่อาจจะยืดตัวพันกับสิ่งอื่นได้ กิ่งอ่อนและกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่มีขน ใบเป็นใบเดี่ยว ใบออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบเป็นรูปไข่ ขอบเรียบ สามารถออกดอกได้เกือบตลอดทั้งปี แต่จะออกดอกมากในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 3 ดอก ดอกกลางบานก่อน กลีบดอกชั้นเดียว ปลายกลีบมน ดอกมีสีขาว กลิ่นหอม มักจะเริ่มขยายกลีบและส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลาเย็นจนถึงวันรุ่งขึ้น ดอกบานเต็มที่ประมาณ 2 ซม.

มะลิลา เป็นมะลิที่ปลูกเป็นการค้ากันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน นิยมปลูกเพื่อเก็บดอกขาย พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าในปัจจุบัน คือ พันธุ์ราษฎร์บูรณะ พันธุ์แม่กลอง และพันธุ์ชุมพร


การขยายพันธุ์มะลิลา  ใช้วิธีตอนกิ่ง ปักชำ หรือทับกิ่ง

ประโยชน์ของมะลิลา 

ดอกสดหรือดอกแห้ง ใบ ต้มกินแก้โรคบิด ปวดท้อง  ดอกสดตำพอกแก้ปวดศีรษะ ผิวหนังผื่นคัน ดอกใช้ทำพวงมาลัย  ทำน้ำหอม และบูชาพระ ดอกแห้งใช้เป็นยาแต่งกลิ่น ดอกมะลาลินี้ใช้เป็นดอกไม้ของวันแม่แห่งชาติ